ทันหุ้นออนไลน์ - ควงคู่เริงร่า เย้ยฟ้าท้าตลาด TIPCO-TASCO กอดคอกันยิ้มแฉ่ง เซียนหุ้นการันตีผลงานเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้น พื้นฐานแน่นปั๊ก ฟากเส้นเทคนิครอจังหวะดัชนีหุ้นไทยส่งสัญญาณวิ่ง รับรองเด้งรอบใหม่แรงได้ใจนักลงทุน
ปิดการซื้อขายวานนี้(14 ก.ย.) ราคาหุ้น TIPCO อยู่ที่ 5.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.12 บาท คิดเป็น +2.41% มูลค่าการซื้อขาย 30.66 ล้านบาท
หุ้น TASCO ปิดที่ 67.25 บาท เพิ่มขึ้น 5.25 บาท คิดเป็น +8.47% มูลค่าการซื้อขาย 403.72 ล้านบาท
นายวีระชัย ครองสามสี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และรักษาการผู้บริหารฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟาร์อีสท์ จำกัด กล่าวว่า สอสัญญาณการเคลื่อนไหวของ บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TIPCO พุ่งตาม บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO ในฐานะเป็นผู้ถือหุ้น 24.33% แค่ครึ่งปีแรกบันทึกกำไรแล้ว 160 ล้านบาท ดังนั้นคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังบันทึกกำไรไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท และยิ่ง TASCO ได้งานภาครัฐหนุนกำไรมากเท่าไหร่ ยิ่งจะเป็นผลดีกับ TIPCO จึงไม่แปลกควงคู่ขึ้นมาเป็นทีม
สำหรับราคาหุ้นวานนี้พุ่งสวนตลาดที่ลดลง ขณะที่เครื่องมือเทคนิคส่งสัญญาณกลับตัวขึ้นรอบใหม่ ดังนั้นหากสัญญาณดัชนีหุ้นไทยเด้งกลับมาเมื่อไหร่ คาดว่ามีลุ้นทดสอบแรง โดยมีแนวต้านที่ 5.50 บาท และถัดไปที่ 5.80 บาท พร้อมระวังแรงขายหากหลุด 5.00 บาท นักวิเคราะห์ บล.คันทรี่ กรุ๊ป กล่าวว่า สัญญาณกราฟ TASCO กลับตัวขึ้นแบบ V shape และยืนเหนือเส้น EMA 5 วันได้ จึงเป็นทิศทางที่ดี พร้อมทั้งเครื่องมือ RSI + Momentum ชี้ขึ้นสนับสนุนทิศทาง ดังนั้นคงแนะนำซื้อเก็งกำไร โดยมีแนวรับ 65.75 บาท แนวต้าน 68 บาท
ส่วนนักวิเคราะห์ บล.ธนชาต กล่าวว่า TIPCO ซื้อในกรอบ 5.00-5.80 บาท โดยคาดว่าจะฟื้นขึ้นไปทดสอบยอดเดิมที่ 5.80 บาท ขณะที่ TASCO ซื้อ เช่นกัน ราคาหุ้นมีแนวโน้มฟื้นตัวระยะสั้นขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 70.00 และยอดสูงสุดเดิมที่ระดับ 75.00 บาท
บทวิเคราะห์ของ บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) แนะนำ "ซื้อ" TASCO ราคาเป้าหมาย 85.00 บาท/หุ้น โดยระบุว่า บมจ. ทิปโก้แอสฟัลท์ (TASCO) ยังได้แรงหนุนจากความต้องการยางมะตอยในประเทศ คือ งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 จากข้อมูลในเวบไซต์ของสำนักงบประมาณ มีงบประมาณของหน่วยงานที่เกี่ยวกับการสร้างถนน คือ กรมทางหลวง และ กรมทางหลวงชนบท รวมกันเท่ากับ 68,213ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 45.7% (ดูตารางที่ 2) นอกจากนี้กรมทางหลวงยังมีโครงการ มอเตอร์เวย์ อีก 10 สาย รวมระยะทาง 778 กิโลเมตร คิดเป็นงบประมาณทั้งหมด 158,310 ล้านบาท ในระยะเวลา 6 ปีข้างหน้า (ดูตารางที่ 1) ซึ่งจะเป็นการร่วมทุนระหว่างรัฐบาลและเอกชน ปกติแล้วการสร้างถนนใหม่จะใช้ยางมะตอยประมาณ 28 ตัน/กม./เลน แต่ถนนมอเตอร์เวย์จะใช้ความหนาของยางมะตอยมากกว่าถนนปกติทั่วไป 2 เท่า หรือ เท่ากับ 53.4 ตัน/กม./เลน ดังนั้น โครงการมอเตอร์เวย์ระยะทาง 778 กิโลเมตร โดยประเมินจะใช้ยางมะตอยรวมเท่ากับ 249,271 ตัน (778 กม. * 6 เลน * 53.4 ยางมะตอย) หรือ คิดเป็นเฉลี่ยต่อปีเท่ากับ 41,545 ตัน เทียบกับปริมาณขายในประเทศของ TASCO ในปีก่อนเท่ากับ 320,120 ตัน
นอกจากนี้ แนวโน้มในปี 2554 - 2555 ปริมาณขายจะยังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะยังได้แรงหนุนจากโรงกลั่นยางมะตอยในมาเลเซีย ซึ่งจะส่งออกไปประเทศหลักๆอย่าง จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย และ ออสเตรเลีย ที่ยังมีความต้องการยางมะตอยในการสร้างถนนเป็นจำนวนมาก ทำให้ปัจจุบันทาง TASCO มีผลิตภัณฑ์ที่ไม่พอขาย เช่น ตลาดอินเดียก็ติดต่อเข้ามา รวมถึงมีผู้ถือหุ้น คือ Colas S.A. ซึ่งเป็นบริษัทผลิตยางมะตอยชั้นนำของโลกเป็นช่องทางจำหน่าย นอกจากนี้การที่โรงกลั่นยางมะตอยมีการผลิตเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้มีช่องทางในการหาวัตถุดิบน้ำมันดิบหนักได้มากขึ้น โดยในปีหน้าทาง TASCO ตั้งเป้าจะกลั่นน้ำมันดิบหนักเป็น 7.2 ล้านบาร์เรล จากปีนี้ 6.7 ล้านบาร์เรล และ จะเพิ่มเป็น 9 ล้านบาร์เรลในปี 2555 เราได้ปรับประมาณการเพิ่มขึ้นอีก โดยปี 2554 ประเมินกำไรเท่ากับ 1,233 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 8.08
บาท) เพิ่มขึ้นจากปีนี้ 16%
โดยคาดว่าแนวโน้มในปี 2553 – 2555 จะเป็นวัฏจักรขาขึ้นของ TASCO รอบใหม่ ดังเช่นในยุครุ่งเรืองในการสร้างถนนปี 2534 – 2540 โดยวัฏจักรขาขึ้นในรอบนี้ (2553 – 2555) จะได้แรงหนุนจากการมีโรงกลั่นยางมะตอยเป็นของตัวเองโดยจะเน้นตลาดส่งออกเป็นสำคัญ ซึ่งจะทำให้กำไรของ TASCO พุ่งขึ้นเป็น 1,000-1,400 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 6.55 – 9.18 บาท) โดยตัวเลขกำไรต่อหุ้นครึ่งปีแรก 660 ล้านบาท หากจับคูณด้วยสองจะสูงถึง 1,320 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 8.66 บาท) จากประมาณการปี 2554 ที่ปรับขึ้น และ บนฐาน P/E ปี 2554 เท่ากับ 10.5 เท่า เราปรับราคาเป้าหมายปี 2554 ขึ้นอีกเป็น 85 บาท จากเดิม 60 บาท รวมแล้ว เราคงคำแนะนำ ซื้อ
By ทันหุ้นออนไลน์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น