กูรูคาดหุ้นไทยวันพรุ่งนี้มีโอกาสรีบาวน์ หลังวันนี้ดัชนีฯ ปรับตัวลดลงตามตลาด
หุ้นในภูมิภาค แนะจับตาตัวเลข ศก.ที่จะทยอยประกาศในสัปดาห์นี้-ทิศทางตลาดหุ้นวอลล์สตรีท
กลยุทธ์การลงทุน สำหรับนักลงทุนระยะยาว หาจังหวะเลือกซื้อหุ้นเข้าพอร์ต โดยเฉพาะกลุ่ม
แบงก์ พลังงาน ปิโตรเคมี และค้าปลีกค้าส่ง ส่วนระยะสั้นแนะเก็งกำไรรายตัว โดยมีแนวต้าน
965 จุด แนวรับ 954 จุด
วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 959.27 จุด ลดลง 3.20 จุด หรือ 0.33%
มีมูลค่าการซื้อขาย 41,873.09 ลบ.
หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่
1.TRUE ปิดที่ 5.15 บาท เพิ่มขึ้น 0.57 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,761.32ลบ.
2.BANPU ปิดที่ 704.00 บาทลดลง 4.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,052.24 ลบ.
3.TMB ปิดที่ 2.48 บาท ลดลง 0.08 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,600.42ลบ.
4.ITD ปิดที่ 5.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,487.37 ลบ.
5.PTTEP ปิดที่ 149.00 บาท ลดลง 2.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,472.12ลบ.
สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 2,656.57 ล้านบาท นักลง
ทุนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ขายสุทธิ 1,097.59 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 2,642.64
ล้านบาท และนักลงทุนทั่วไปซื้อสุทธิ 1,111.52 ล้านบาท
นายวรุฒน์ ศิวะศริยานนท์ รองกรรมการผู้จัดการ บล.ฟินันเซียไซรัส กล่าวว่า ภาวะ
ตลาดหุ้นไทยในวันนี้ปรับตัวไปในทิศทางเดียวกับตลาดในภูมิภาคเอเชีย จากการที่ตลาดหุ้นใน
วอลล์สตรีทปรับตัวลดลง ตลาดหุ้นในภูมิภาคจึงมีแรงเทขายออกมาไปในทิศทางเดียวกัน โดยใน
ส่วนของตลาดหุ้นไทยก็มีแรงเทขายทำกำไรออกมาอย่างหนัก โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มขนส่ง กลุ่ม
อิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มพลังงาน โดยปรับลดลง 2% 1.3% และ 1% ตามลำดับ โดยระหว่างวัน
ปรับตัวขึ้นไปสูงสุดที่ 965 จุด ก่อนที่ในช่วงบ่ายจะปรับตัวลงมาอยู่ในแดนลบ
สำหรับความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นในภูมิภาคสำคัญปรับตัวลดลง อาทิดัชนี ฮั่งเส็ง
ตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดตลาดที่ระดับ 22,109.95 จุด ลดลง 230.89 จุด หรือ -1.03% ส่วนดัชนี
สเตรทไทม์ ตลาดหุ้นสิงคโปร์ ปิดตลาดที่ระดับ 3,097.35 จุด ลดลง 16.11 จุด หรือ -0.52%
ขณะที่ดัชนี SHI ตลาดหุ้นจีน ปิดตลาดที่ระดับ 2,611.35 จุด ลดลง 16.61 จุด หรือ -0.63%
และดัชนี นิกเกอิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดตลาดที่ระดับ 9,495.76 จุด ลดลง 107.38 จุด หรือ -
1.12%
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้ ดัชนีฯ อาจจะรีบาวน์กลับมาอยู่ในแดนบวก
ได้ ขณะเดียวกันมีปัจจัยที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะปัจจัยจากต่างประเทศ ซึ่งในสัปดาห์นี้มีการ
ทยอยประกาศตัวเลขออกมาค่อนข้างมาก เช่นตัวเลขนำเข้า ส่งออก ดัชนีอุตสาหกรรมการผลิต
ภาคการบริการ ดังนั้นจึงต้องติดตามตัวเลขทางเศรษฐกิจต่างๆ เหล่านี้ ประกอบกับราคาหุ้นใน
ช่วงที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้นมากจึงถือเป็นสัปดาห์แห่งการขายทำกำไร
ในขณะที่ในวันพรุ่งนี้ต่อเนื่องไปถึงสัปดาห์หน้าเป็นวันหยุดทำการของจีน เนื่องจาก
เทศกาลวันชาติ ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียมีการขายทำกำไรออกมา รวมไปถึงจะต้อง
จับตาตลาดหุ้นวอลล์สตรีทด้วยว่าจะมีการชี้นำตลาดหุ้นไปในทิศทางใด
สำหรับปัจจัยในประเทศยังต้องจับตาความเคลื่อนไหวของการเมือง แต่ความชัดเจน
น่าจะเกิดขึ้นในเดือน พ.ย. ซึ่งจะเป็นช่วงที่มีการตัดสินกรณีของพรรคประชาธิปัตย์
กลยุทธ์การลงทุน สำหรับนักลงทุนระยะยาว น่าจะเป็นจังหวะที่เลือกซื้อหุ้นเข้ามา
เก็บในพอร์ต โดยเฉพาะกลุ่มแบงก์ พลังงาน ปิโตรเคมี และค้าปลีกค้าส่ง สำหรับกลุ่มแบงก์
บริษัทฯชอบ SCB ราคาเป้าหมาย 125 ในอีก 2 เดือนข้างหน้า ส่วน BANPU ราคาเป้าหมาย
780 บาท (ไม่รวมเหมืองที่ซื้อเข้ามาเพิ่ม) สำหรับนักลงทุนที่ชอบเก็งกำไรอาจจะเลือกเล่นตัวที่
ถูกใจ อาจจะเข้าซื้อหุ้นตัวที่ถูกใจเพื่อเก็บไว้รอเก็งกำไร โดยมีแนวต้าน 965 จุด แนวรับ 954 จุด
รายงาน โดย ชัชชญา อังคุลี
เรียบเรียง โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อนุมัติ โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 28/09/10 เวลา 18:01:49
วันอังคารที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2553
ค่าเงินบาทเย็นนี้ปิดตลาดที่ 30.56-30.62 บาท/ดอลล์
ค่าเงินบาทเย็นนี้ปิดตลาดที่ 30.56-30.62 บาท/ดอลล์ คาดพรุ่งนี้แกว่งตัวในกรอบ 30.50-
30.70 บาท/ดอลล์
นักค้าเงินจากธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน) (CIMBT) กล่าวว่า ค่าเงินบาท
เย็นนี้ปิดตลาดที่ระดับ 30.56-30.62 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งกรอบดังกล่าวเป็นการเคลื่อนไหวที่แข็งค่า
สุดและอ่อนค่าสุดของวัน
ทั้งนี้แนวโน้มค่าเงินบาทในวันพรุ่งนี้จะแกว่งตัว โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวอยู่
ที่ 30.50-30.70 บาท/ดอลลาร์ โดยปัจจัยหลักต้องติดตามเม็ดเงินทุนไหลเข้ามาในประเทศไทย
ว่าจะยังเข้ามาอย่างต่อเนื่องหรือไม่ ส่วนปัจจัยต่างชาติเป็นปัจจัยรอง ในด้านตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
รายงาน โดย ดลนภา บัญชรหัตถกิจ
เรียบเรียง โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อนุมัติ โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 28/09/10 เวลา 17:19:46
30.70 บาท/ดอลล์
นักค้าเงินจากธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน) (CIMBT) กล่าวว่า ค่าเงินบาท
เย็นนี้ปิดตลาดที่ระดับ 30.56-30.62 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งกรอบดังกล่าวเป็นการเคลื่อนไหวที่แข็งค่า
สุดและอ่อนค่าสุดของวัน
ทั้งนี้แนวโน้มค่าเงินบาทในวันพรุ่งนี้จะแกว่งตัว โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวอยู่
ที่ 30.50-30.70 บาท/ดอลลาร์ โดยปัจจัยหลักต้องติดตามเม็ดเงินทุนไหลเข้ามาในประเทศไทย
ว่าจะยังเข้ามาอย่างต่อเนื่องหรือไม่ ส่วนปัจจัยต่างชาติเป็นปัจจัยรอง ในด้านตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
รายงาน โดย ดลนภา บัญชรหัตถกิจ
เรียบเรียง โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อนุมัติ โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 28/09/10 เวลา 17:19:46
สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 2642.64 ลบ.
วันนี้ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดที่ระดับ 959.27 จุด ลดลง 3.20 จุด หรือ 0.33% มีมูลค่า
การซื้อขาย 41,873.09 ล้านบาท
ประเภทนักลงทุน -------มูลค่าซื้อ(ลบ.) ------- มูลค่าขาย(ลบ.) ------- สุทธิ(ลบ.)
นักลงทุนสถาบัน ------- 2,163.52 ------- 4,820.09 ------- (-2,656.57 )
บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ------- 4,097.61 ------- 5,195.20 ------- ( -1,097.59 )
นักลงทุนต่างชาติ ------- 8,058.39 ------- 5,415.74 ------- 2,642.64
นักลงทุนทั่วไป ------- 27,553.57 ------- 26,442.05 1,111.52
เรียบเรียง โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
อนุมัติ โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 28/09/10 เวลา 17:24:02
การซื้อขาย 41,873.09 ล้านบาท
ประเภทนักลงทุน -------มูลค่าซื้อ(ลบ.) ------- มูลค่าขาย(ลบ.) ------- สุทธิ(ลบ.)
นักลงทุนสถาบัน ------- 2,163.52 ------- 4,820.09 ------- (-2,656.57 )
บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ------- 4,097.61 ------- 5,195.20 ------- ( -1,097.59 )
นักลงทุนต่างชาติ ------- 8,058.39 ------- 5,415.74 ------- 2,642.64
นักลงทุนทั่วไป ------- 27,553.57 ------- 26,442.05 1,111.52
เรียบเรียง โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
อนุมัติ โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 28/09/10 เวลา 17:24:02
ปิดตลาดฯ วันนี้ SCC-PTTEP-PTT กดดัชนีฯ ยืนในแดนลบ
ผู้สื่อข่าวรายงานปิดตลาดฯ วันนี้ ตลาดหุ้นปิดในแดนลบที่ระดับ
959.27จุด ลดลง 3.20 จุด หรือ 0.33% ณ เวลา 16.46 น. มูลค่าการซื้อขาย
41868.82 ล้านบาท
ทั้งนี้ มี 3 หลักทรัพย์ที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยวันนี้ยืนในแดนลบได้นั้น
คือ SCC ปิดที่ระดับ 329.00 บาท ลดลง 6.00 บาท ราคาหุ้นที่ปรับลดลง
มีผลต่อตลาด –0.9020 จุด, PTTEP ปิดที่ระดับ 149.00 บาท ลดลง 2.00 บาท
ราคาหุ้นที่ปรับลดลงมีผลต่อตลาด –0.8310 จุด และ PTT ปิดที่ระดับ 292.00
บาท ลดลง 2.00 บาท ราคาหุ้นที่ปรับลดลง มีผลต่อตลาด -0.7122จุด
ส่วนหุ้นที่ดันดัชนีฯ มากที่สุด คือ SCB ปิดที่ระดับ 102.50 บาท
เพิ่มขึ้น 2.50 บาท ราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นมีผลต่อตลาด 1.0625 จุด TRUE ปิดที่
ระดับ 5.15 บาท เพิ่มขึ้น 0.57บาท ราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นมีผลต่อตลาด 0.5053
จุด KBANK ปิดที่ระดับ 114.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท ราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้น
มีผลต่อตลาด 0.4497จุด
เรียบเรียง โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อนุมัติ โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 28/09/10 เวลา 16:49:41
959.27จุด ลดลง 3.20 จุด หรือ 0.33% ณ เวลา 16.46 น. มูลค่าการซื้อขาย
41868.82 ล้านบาท
ทั้งนี้ มี 3 หลักทรัพย์ที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยวันนี้ยืนในแดนลบได้นั้น
คือ SCC ปิดที่ระดับ 329.00 บาท ลดลง 6.00 บาท ราคาหุ้นที่ปรับลดลง
มีผลต่อตลาด –0.9020 จุด, PTTEP ปิดที่ระดับ 149.00 บาท ลดลง 2.00 บาท
ราคาหุ้นที่ปรับลดลงมีผลต่อตลาด –0.8310 จุด และ PTT ปิดที่ระดับ 292.00
บาท ลดลง 2.00 บาท ราคาหุ้นที่ปรับลดลง มีผลต่อตลาด -0.7122จุด
ส่วนหุ้นที่ดันดัชนีฯ มากที่สุด คือ SCB ปิดที่ระดับ 102.50 บาท
เพิ่มขึ้น 2.50 บาท ราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นมีผลต่อตลาด 1.0625 จุด TRUE ปิดที่
ระดับ 5.15 บาท เพิ่มขึ้น 0.57บาท ราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นมีผลต่อตลาด 0.5053
จุด KBANK ปิดที่ระดับ 114.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท ราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้น
มีผลต่อตลาด 0.4497จุด
เรียบเรียง โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อนุมัติ โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 28/09/10 เวลา 16:49:41
2 กูรู เอเซียพลัส มองดัชนีฯ ปลายปีพุ่งไม่เกิน 1 พันจุด
2 กูรู เอเซียพลัส มองดัชนีฯ ปลายปีพุ่งไม่เกิน 1 พันจุด ระบุกลาง ต.ค.-พ.ย.จะอ่อนตัวสู่แนว
รับ 900-880 จุด
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เอ
เซียพลัส กล่าวว่า คาดว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยในปีนี้มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นแต่จะไม่เกิน 1,000 จุด
ก่อนจะปรับตัวลดลง
ขณะที่นายประกิจ ศิริวัฒนเกตุ นักวิเคราะห์เทคนิค ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.เอ
เซียพลัส กล่าวว่า คาดว่าในต้นเดือนตุลาคมนี้ดัชนีฯ มีโอกาสแตะที่แนวต้าน 977- 970 จุด โดย
ประเมินว่า ณ ระดับ 970 จุด ถือเป็นจุดเสี่ยงเพราะดัชนีฯ ขึ้นไปแรงแล้ว โดยแนะนำให้นักลงทุน
เลือกเทรดหุ้นรายตัว โดยประเมินแนวต้านถัดไปของดัชนีฯ ที่ 999 จุด ส่วนแนวรับอยู่ที่ 900-
880 จุด
โดยประเมินว่าดัชนีฯ จะปรับตัวลงสู่แนวรับดังกล่าวในกลางเดือนตุลาคมถึง
พฤศจิกายน ส่วนปลายปีดัชนีฯ ก็มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นไปที่ระดับ 910 จุด
ปิดตลาดเช้า ดัชนีฯ อยู่ที่ 960.68 จุด ลดลง 1.79 จุด หรือ 0.19% มูลค่าการ
ซื้อขาย 22,740.58 ล้านบาท
รายงาน โดย กนกวรรณ เรืองศิลป์
เรียบเรียง โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อนุมัติ โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 28/09/10 เวลา 12:42:02
รับ 900-880 จุด
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เอ
เซียพลัส กล่าวว่า คาดว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยในปีนี้มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นแต่จะไม่เกิน 1,000 จุด
ก่อนจะปรับตัวลดลง
ขณะที่นายประกิจ ศิริวัฒนเกตุ นักวิเคราะห์เทคนิค ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.เอ
เซียพลัส กล่าวว่า คาดว่าในต้นเดือนตุลาคมนี้ดัชนีฯ มีโอกาสแตะที่แนวต้าน 977- 970 จุด โดย
ประเมินว่า ณ ระดับ 970 จุด ถือเป็นจุดเสี่ยงเพราะดัชนีฯ ขึ้นไปแรงแล้ว โดยแนะนำให้นักลงทุน
เลือกเทรดหุ้นรายตัว โดยประเมินแนวต้านถัดไปของดัชนีฯ ที่ 999 จุด ส่วนแนวรับอยู่ที่ 900-
880 จุด
โดยประเมินว่าดัชนีฯ จะปรับตัวลงสู่แนวรับดังกล่าวในกลางเดือนตุลาคมถึง
พฤศจิกายน ส่วนปลายปีดัชนีฯ ก็มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นไปที่ระดับ 910 จุด
ปิดตลาดเช้า ดัชนีฯ อยู่ที่ 960.68 จุด ลดลง 1.79 จุด หรือ 0.19% มูลค่าการ
ซื้อขาย 22,740.58 ล้านบาท
รายงาน โดย กนกวรรณ เรืองศิลป์
เรียบเรียง โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อนุมัติ โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 28/09/10 เวลา 12:42:02
ARANDA INVESTMENTS PTE. ขายหุ้น BH ออก 0.04%
ARANDA INVESTMENTS PTE. ขายหุ้น BH ออก 0.04% ส่งผลให้เหลือหุ้นในมือ
5.91%
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ได้รับแบบรายงานการ
จำหน่าย หุ้นของ บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) โดย ARANDA INVESTMENTS
PTE.LTD ซึ่งเป็นการจำหน่าย เมื่อวันที่ 21/09/2553 จำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่ายคิดเป็น
-0.04% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการจำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่ายคิดเป็น
5.91% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ
เรียบเรียง โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อนุมัติ โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 28/09/10 เวลา 9:05:33
5.91%
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ได้รับแบบรายงานการ
จำหน่าย หุ้นของ บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) โดย ARANDA INVESTMENTS
PTE.LTD ซึ่งเป็นการจำหน่าย เมื่อวันที่ 21/09/2553 จำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่ายคิดเป็น
-0.04% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการจำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่ายคิดเป็น
5.91% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ
เรียบเรียง โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อนุมัติ โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 28/09/10 เวลา 9:05:33
วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2553
สื่อสารคึกคักรับข่าวแผนประมูล3Gเข้าครม.
วันอังคารที่ 28 กันยายน 2010 เวลา 12:52:26 น.
หุ้นสื่อปิดตลาดภาคเช้าอย่างคึกคัก โดยหุ้น TRUE ราคาทะยานถึง 9.17% มาอยู่ที่ 5.00 บาทด้วยมูลค่าการซื้อขายที่1,692.66 ล้านบาท ส่วน JAS ราคาปรับพุ่งเช่นเดียวกันถึง 6.15% มาอยู่ที่ 3.18 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย547.07 ล้านบาท
ในขณะที่ทางด้าน DTAC ปิดตลาดเช้านี้ราคายังปรับตัวคงที่เดิมไว้ที่ 42.00 บาท โดยมีมูลค่าการซื้อขายที่ 401.76ล้านบาท ขณะที่ ADVANC ปรับตัวลดเล็กน้อยมาอยู่ที่ 93.75 บาท
่ทั้งนี้บทวิเคราะห์บล.ทรินิตี้ ระบุถึงหุ้นสื่อสารจะได้รับข่าวดีจากการที่ 'TOT' นัดหารือเพื่อเร่งพิจารณาให้DTACและTRUE เปิดให้บริการ 3 จี บนคลื่นความถี่เดิมในเชิงพาณิชย์ได้ โดยจะเสนอขอความเห็นชอบให้TOTทบทวนแผนธุรกิจโครงการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์ระบบ 3 จีและเปลี่ยนแปลงวิธีการประกวด
การเปิดประมูลโครงข่าย 3G ของทีโอที บวกกับ SAMART, LOXLEY และ ADVANC: คาดว่าการประมูลโครงข่ายจะทำให้เกิดแรงเก็งกำไรในหุ้นที่รับงานประมูล ได้แก่ SAMTEL (ถือ 75% โดย SAMART) และ LOXLEY นอกจากนี้หากทีโอทีมี Capacity ของโครงข่ายเพิ่ม จะทำให้ ADVANC มีโอกาสขอRoaming บริการ 3G ของทีโอทีและกับบริการ Roaming การโทรด้วยเสียงของADVANC ซึ่งจะทำให้ลูกค้าใน กทม. มีโอกาสใช้ 3G ได้เช่นกันในขณะที่การเปิดประมูลโครงข่าย 3G ของทีโอที จะส่งผลบวกกับ SAMART, LOXLEY และ ADVANC โดยบล.ทรินิตี้คาดว่าการประมูลโครงข่ายจะทำให้เกิดแรงเก็งกำไรในหุ้นที่รับงานประมูล ได้แก่ SAMTEL (ถือ 75% โดย SAMART) และ LOXLEY นอกจากนี้หากทีโอทีมี Capacity ของโครงข่ายเพิ่ม จะทำให้ ADVANC มีโอกาสขอRoaming บริการ 3G ของทีโอทีและกับบริการ Roaming การโทรด้วยเสียงของADVANC ซึ่งจะทำให้ลูกค้าใน กทม. มีโอกาสใช้ 3G ได้เช่นกัน
โดยปิดตลาดภาคเช้าหุ้น SAMART ปรับตัวรับข่าวขึ้นเล็กน้อย 1.76% ที่ระดับ8.65 บาท ขณะที่ LOXLEY ปรับตัวขึ้น 2.31% อยู่ที่ราคา 2.66 บาท และ SAMTEL กระโดดขึ้นถึง 11.58% มาที่ 10.60 บาท
หุ้นสื่อปิดตลาดภาคเช้าอย่างคึกคัก โดยหุ้น TRUE ราคาทะยานถึง 9.17% มาอยู่ที่ 5.00 บาทด้วยมูลค่าการซื้อขายที่1,692.66 ล้านบาท ส่วน JAS ราคาปรับพุ่งเช่นเดียวกันถึง 6.15% มาอยู่ที่ 3.18 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย547.07 ล้านบาท
ในขณะที่ทางด้าน DTAC ปิดตลาดเช้านี้ราคายังปรับตัวคงที่เดิมไว้ที่ 42.00 บาท โดยมีมูลค่าการซื้อขายที่ 401.76ล้านบาท ขณะที่ ADVANC ปรับตัวลดเล็กน้อยมาอยู่ที่ 93.75 บาท
่ทั้งนี้บทวิเคราะห์บล.ทรินิตี้ ระบุถึงหุ้นสื่อสารจะได้รับข่าวดีจากการที่ 'TOT' นัดหารือเพื่อเร่งพิจารณาให้DTACและTRUE เปิดให้บริการ 3 จี บนคลื่นความถี่เดิมในเชิงพาณิชย์ได้ โดยจะเสนอขอความเห็นชอบให้TOTทบทวนแผนธุรกิจโครงการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์ระบบ 3 จีและเปลี่ยนแปลงวิธีการประกวด
การเปิดประมูลโครงข่าย 3G ของทีโอที บวกกับ SAMART, LOXLEY และ ADVANC: คาดว่าการประมูลโครงข่ายจะทำให้เกิดแรงเก็งกำไรในหุ้นที่รับงานประมูล ได้แก่ SAMTEL (ถือ 75% โดย SAMART) และ LOXLEY นอกจากนี้หากทีโอทีมี Capacity ของโครงข่ายเพิ่ม จะทำให้ ADVANC มีโอกาสขอRoaming บริการ 3G ของทีโอทีและกับบริการ Roaming การโทรด้วยเสียงของADVANC ซึ่งจะทำให้ลูกค้าใน กทม. มีโอกาสใช้ 3G ได้เช่นกันในขณะที่การเปิดประมูลโครงข่าย 3G ของทีโอที จะส่งผลบวกกับ SAMART, LOXLEY และ ADVANC โดยบล.ทรินิตี้คาดว่าการประมูลโครงข่ายจะทำให้เกิดแรงเก็งกำไรในหุ้นที่รับงานประมูล ได้แก่ SAMTEL (ถือ 75% โดย SAMART) และ LOXLEY นอกจากนี้หากทีโอทีมี Capacity ของโครงข่ายเพิ่ม จะทำให้ ADVANC มีโอกาสขอRoaming บริการ 3G ของทีโอทีและกับบริการ Roaming การโทรด้วยเสียงของADVANC ซึ่งจะทำให้ลูกค้าใน กทม. มีโอกาสใช้ 3G ได้เช่นกัน
โดยปิดตลาดภาคเช้าหุ้น SAMART ปรับตัวรับข่าวขึ้นเล็กน้อย 1.76% ที่ระดับ8.65 บาท ขณะที่ LOXLEY ปรับตัวขึ้น 2.31% อยู่ที่ราคา 2.66 บาท และ SAMTEL กระโดดขึ้นถึง 11.58% มาที่ 10.60 บาท
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)