หุ้นครอบครัว PTT ทะยาน โบรกฯแนะซื้อ เว้น PTTCH รอขาย เหตุราคาแตะแนวต้าน 140
บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวราคาหุ้น ครอบครัวปตท. อาทิ บริษัท ปตท จำกัด
(มหาชน) (PTT) ,บริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด (มหาชน) (PTTAR)และ บริษัท
ปตท.เคมิคอล จำกัด(มหาชน) หรือ PTTCH และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด
(มหาชน)(PTTEP) พบว่า ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น
บทวิเคราะห์ บล.กิมเอ็ง ประเมิน PTTAR โดยแนะนำ ซื้อโดยมีราคาเป้าหมาย
31.50 บาท โดยเห็นว่าราคาหุ้นยังไม่สะท้อนราคาพาราไซลีนที่ปรับตัวสูงขึ้นมาจนทำให้
spread margin ของพาราไซลีนพุ่งกลับมาอยู่ที่ 388 เหรียญ/ตัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 14
เดือน (ราคา PTTAR สูงสุด 30 บาทในรอบ 14 เดือน) นอกจากนั้นแล้วราคาหุ้นยังคง laggard
หุ้นในกลุ่มพลังงานอยู่มากโดยปรับขึ้นเพียง 5% ในขณะที่กลุ่มพลังงานปรับขึ้น 14% ในปีนี้ ซึ่ง
เป็นผลมาจากการที่ผลประกอบการไตรมาส 2/53 ออกมาขาดทุน แต่เชื่อว่าผลประกอบการได้
ผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาสนั้นไปแล้ว
ด้านบทวิเคราะห์ บล. ธนชาต ประเมินสัญญาณทางเทคนิคของ PTTARแนะนำซื้อ
โดยคาดว่ามีกรอบความเคลื่อนไหวที่ 27.00-28.50 บาท แรงซื้อเริ่มมา ราคาเพิ่งข้ามผ่าน
27.00 บาท เป็นจังหวะซื้อระยะสั้น และเริ่มมีลักษณะที่แข็งแกร่งกว่าตลาด โดยมีแนวต้านถัดไป
28.50และเป้าหมายระยะสั้น 29.50 บาท
ส่วน PTTCH แนะรอขาย ให้กรอบเคลื่อนไหวไว้ที่130 บาท และแนวต้าน140 บาท
หากกลับขึ้นทะลุ 133.50 บาท จังหวะขึ้นต่อทดสอบแนวต้าน 140 บาท ซึ่งเป็นแนวต้านสำคัญ
เดิม เป็นจุดขายทำกำไร
ด้าน PTTEP แนะซื้อ ให้กรอบเคลื่อนไหวอยู่ที่ 148-158 บาท คาดว่าจะขึ้นทะลุ
153 บาทได้ มีเป้าหมายถัดไป 158 บาทและ PTTแนะ ซื้อ โดยคาดว่าราคาหุ้นจะเคลื่อนไหวใน
กรอบ290-305บาท คาดว่าจะขึ้นทะลุ 295 บาท ทดสอบแนวต้าน 305 บาท
ล่าสุดเมื่อเวลา 14.59น. ราคาหุ้น PTT อยู่ที่ 294.00บาท เพิ่มขึ้น 2.00บาทหรือ
0.68% มูลค่าการซื้อขาย1364.42 ล้านบาท ,PTTAR อยู่ที่ 27.75บาท เพิ่มขึ้น1.50 บาทหรือ
5.71% มูลค่าการซื้อขาย 1831.31ล้านบาท , PTTCH อยู่ที่ 135.50บาท เพิ่มขึ้น 7.50บาท
หรือ 5.86% มูลค่าการซื้อขาย 1381.55ล้านบาท และ PTTEP อยู่ที่ 152.00บาท เพิ่มขึ้น
3.00 บาทหรือ 2.01% มูลค่าการซื้อขาย 890.64ล้านบาท
เรียบเรียง โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 29/09/10 เวลา 15:05:17
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ PTTCH แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ PTTCH แสดงบทความทั้งหมด
วันพุธที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2553
วันอังคารที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2553
กูรู แนะซื้อหุ้นกลุ่มแบงก์-ปิโตรฯ-พลังงาน-อสังหาฯ
กูรู แนะซื้อหุ้นกลุ่มแบงก์-ปิโตรฯ-พลังงาน-อสังหาฯ เหตุกำไรปีหน้าเติบโตก้าว
กระโดด แนะ BBL, KBANK, PTTCH, BANPU, PS และ HEMRAJ
บทวิเคราะห์หลักทรัพย์จาก บล.เคจีไอ ประเมินว่าหุ้นกลุ่มที่ราคาน่าจะขึ้น
ต่อได้มากในปี 2554 น่าจะเป็นกลุ่มที่แนวโน้มกำไรปี 2554 เติบโตในอัตราสูงกว่าปี
2553 เนื่องจากในปีนี้ราคาหุ้นเกือบทุกกลุ่มยกฐานขึ้นมาสูงแล้ว การเลือกกลุ่มที่กำไร
แข็งแกร่งจึงปลอดภัยกว่า
ทั้งนี้พบว่าในปี 2554 มีกลุ่ม 4 กลุ่มที่น่าจะมีกำไรเติบโตสูงกว่าปี 2553
ได้แก่กลุ่มธนาคาร กลุ่มปิโตรเคมี กลุ่มพลังงาน และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ฯ (รวมนิคม
อุตสาหกรรมด้วย) และเป็นที่น่าสนใจว่าหุ้นกลุ่มหลักๆ เช่นธนาคารและพลังงานน่าจะ
มีกำไรเร่งตัวได้ ต่างจากปีนี้ซึ่งหุ้นขนาดกลางๆโดดเด่นกว่า ซึ่งหากเป็นจริงดังที่เรา
ประเมิน ช่วงเวลานี้ก็น่าจะเป็นโอกาสเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเหล่านี้ โดยในกลุ่มที่กล่าวมา
ข้างต้นนั้น หุ้นเด่นที่เราชอบได้แก่ BBL*, KBANK*, PTTCH*, BANPU*, PS*
และ HEMRAJ
เรียบเรียง โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อนุมัติ โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 22/09/10 เวลา 9:06:39
กระโดด แนะ BBL, KBANK, PTTCH, BANPU, PS และ HEMRAJ
บทวิเคราะห์หลักทรัพย์จาก บล.เคจีไอ ประเมินว่าหุ้นกลุ่มที่ราคาน่าจะขึ้น
ต่อได้มากในปี 2554 น่าจะเป็นกลุ่มที่แนวโน้มกำไรปี 2554 เติบโตในอัตราสูงกว่าปี
2553 เนื่องจากในปีนี้ราคาหุ้นเกือบทุกกลุ่มยกฐานขึ้นมาสูงแล้ว การเลือกกลุ่มที่กำไร
แข็งแกร่งจึงปลอดภัยกว่า
ทั้งนี้พบว่าในปี 2554 มีกลุ่ม 4 กลุ่มที่น่าจะมีกำไรเติบโตสูงกว่าปี 2553
ได้แก่กลุ่มธนาคาร กลุ่มปิโตรเคมี กลุ่มพลังงาน และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ฯ (รวมนิคม
อุตสาหกรรมด้วย) และเป็นที่น่าสนใจว่าหุ้นกลุ่มหลักๆ เช่นธนาคารและพลังงานน่าจะ
มีกำไรเร่งตัวได้ ต่างจากปีนี้ซึ่งหุ้นขนาดกลางๆโดดเด่นกว่า ซึ่งหากเป็นจริงดังที่เรา
ประเมิน ช่วงเวลานี้ก็น่าจะเป็นโอกาสเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเหล่านี้ โดยในกลุ่มที่กล่าวมา
ข้างต้นนั้น หุ้นเด่นที่เราชอบได้แก่ BBL*, KBANK*, PTTCH*, BANPU*, PS*
และ HEMRAJ
เรียบเรียง โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อนุมัติ โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 22/09/10 เวลา 9:06:39
PTTCH ทะยานขึ้นกว่า 4% หลังแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ3ปี
วันพุธที่ 22 กันยายน 2010 เวลา 10:54:38 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 11.00 น. หุ้น PTTCH บวก 4.049%มาที่ 128.50 บาท ระหว่างวันราคาหุ้นปรับขึ้นแตะ 129.50 บาท สูงสุดนับจากระดับ 134 บาท เมื่อ 9 พ.ย.50 ด้วยมูลค่าซื้อขายสูงสุดเป็นอันดับที่ 3ของตลาด
บล.ธนชาต ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ โดยแนะ"ซื้อ"หุ้น PTTCH ให้ราคาเป้าหมาย
133 บาท โดยมองว่าสเปรดระหว่าง HDPE และแนฟทา ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งมากเกือบถึง
480 ดอลลาร์/ตัน หรือเพิ่มขึ้น 41% จากจุดต่ำสุดที่ 340 ดอลลาร์/ตัน ทำให้คลายความกังวลที่ราคาส่วนต่าง ซึ่งเคยลงมาที่บริเวณเหนือ 300 ดอลลาร์/ตันเป็นเพียงการปรับตัวลงมาชั่วคราวเท่านั้น และจะส่งผลให้กำไรจากธุรกิจปิโตรเคมีขาลงจะไม่ต่ำเกินไป
ปิดตลาดฯ วันนี้ SCC-PTT-PTTCH ดันดัชนีฯ ยืนในแดนบวก
ผู้สื่อข่าวรายงานปิดตลาดฯ วันนี้ ตลาดหุ้นปิดในแดนบวกที่ระดับ 937.21 จุด เพิ่มขึ้น
14.15 จุด หรือ 1.53% ณ เวลา 16.41 น. มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 32,192.03 ล้านบาท
ทั้งนี้ มี 3 หลักทรัพย์ที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยวันนี้ยืนในแดนบวกได้นั่น คือ SCC ปิดที่
ระดับ 322.00 บาท เพิ่มขึ้น 9.00 บาท ราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นมีผลต่อตลาด 1.3628จุด และ
PTT ปิดที่ระดับ 287.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท ราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นมีผลต่อตลาด 1.0761
จุด และ PTTCH ซึ่งปิดที่ระดับ 123.50บาท เพิ่มขึ้น 5.50 บาท ราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นมีผลต่อ
ตลาด 1.0466 จุด
ส่วนหุ้นที่กดดัชนีฯ ลดลงมากที่สุด คือ TMB ปิดที่ระดับ 2.58 บาท ลดลง 0.04
บาท ราคาหุ้นที่ปรับลดลงมีผลต่อตลาด -0.2197 จุด BIGC ปิดที่ระดับ 59.25 บาท ลดลง
1.75 บาท ราคาหุ้นที่ปรับลดลง มีผลต่อตลาด -0.1770 จุด และ SCIB ปิดที่ระดับ 32.00
บาท ลดลง 0.25 บาท ราคาหุ้นปรับลดลง มีผลต่อตลาด -0.0667จุด
เรียบเรียง โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 21/09/10 เวลา 16:45:40
14.15 จุด หรือ 1.53% ณ เวลา 16.41 น. มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 32,192.03 ล้านบาท
ทั้งนี้ มี 3 หลักทรัพย์ที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยวันนี้ยืนในแดนบวกได้นั่น คือ SCC ปิดที่
ระดับ 322.00 บาท เพิ่มขึ้น 9.00 บาท ราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นมีผลต่อตลาด 1.3628จุด และ
PTT ปิดที่ระดับ 287.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท ราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นมีผลต่อตลาด 1.0761
จุด และ PTTCH ซึ่งปิดที่ระดับ 123.50บาท เพิ่มขึ้น 5.50 บาท ราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นมีผลต่อ
ตลาด 1.0466 จุด
ส่วนหุ้นที่กดดัชนีฯ ลดลงมากที่สุด คือ TMB ปิดที่ระดับ 2.58 บาท ลดลง 0.04
บาท ราคาหุ้นที่ปรับลดลงมีผลต่อตลาด -0.2197 จุด BIGC ปิดที่ระดับ 59.25 บาท ลดลง
1.75 บาท ราคาหุ้นที่ปรับลดลง มีผลต่อตลาด -0.1770 จุด และ SCIB ปิดที่ระดับ 32.00
บาท ลดลง 0.25 บาท ราคาหุ้นปรับลดลง มีผลต่อตลาด -0.0667จุด
เรียบเรียง โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 21/09/10 เวลา 16:45:40
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)