TIPCO ทะยาน ขณะที่กูรูปรับเพิ่มประมาณการกำไร หลังคาดรับส่วนแบ่งจาก TASCO พุ่ง
เกินคาด แนะเก็งกำไร
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ (ประเทศไทย) จำกัด
(มหาชน) หรือ TIPCO พบว่าราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นในการซื้อขายวันนี้ และราคา
หุ้น บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด(มหาชน) (TASCO) ซึ่ง TIPCO ถือหุ้นใน TASCO สัดส่วน
24.33%พบว่าราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน
ด้านบทวิเคราะห์ บล.เอเซียพลัส ประเมิน TIPCO ว่าแม้ปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของ
เศรษฐกิจ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ภาวะอากาศร้อน และการขยายตลาดไปยังกลุ่มอาเซียน
ผลักดันให้ตลาดเครื่องดื่มและส่งออกสับปะรดงวด Q2/53 เติบโต และหนุนให้ยอดขายรวมเพิ่มขึ้น
9.8% yoy แต่ก็ไม่สามารถหักล้างกับต้นทุนผลไม้และค่าใช้จ่ายในการขายที่สูงขึ้น อีกทั้งเจอผล
กระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า กดดันให้การดำเนินธุรกิจหลักของ TIPCO ไม่มีกำไร โดย
Operating Profit Margin ติดลบ 3.3% อย่างไรก็ตามเมื่อรวมตัวผลักดันกำไรสำคัญอย่าง
ส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วม (TASCO) สูงถึง 83.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 3.2 เท่าตัว
จากงวด Q2/52 ทำให้งวด Q2/53 TIPCO ยังมีกำไร 69.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสูง 87%yoy
องค์ประกอบสำคัญของกำไรจากแรงหนุนของส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม TASCO งวด
H1/53 จำนวน 160.7 ล้านบาท ดีเกินกว่าคาดหมายทั้งปี ทำให้ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการปี
2553 โดยเพิ่มส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเป็น 267 ล้านบาท จากเดิม 154 ล้านบาท ขณะ
เดียวกันในส่วนของการดำเนินธุรกิจ TIPCO ได้ปรับลด Gross Margin และเพิ่มสัดส่วน
SG&A/Sales เพื่อสะท้อนต้นทุนผลไม้และค่าใช้จ่ายการตลาดที่สูงขึ้น รวมถึงค่าเงินบาทแข็ง
ค่า โดยปรับสมมติฐานค่าเงินบาทเป็น 32 บาท/USD หลังปรับประมาณการใหม่ ส่งผลให้ปี
2553 TIPCO มีกำไรเพิ่มขึ้นจากเดิม 11.4% เท่ากับ 282 ล้านบาท เติบโต 37% yoy (โดยมี
ส่วนแบ่งกำไรของ TASCO คิดเป็นสัดส่วน 95% ของกำไร TIPCO)
อิงประมาณใหม่ คง Fair Value ณ PER 10 เท่า มูลค่าเหมาะสมใหม่ปี 2553 อยู่
ที่ 5.85 บาท มี upside 18.4% โดยระดับราคาปัจจุบัน คาดหมาย Div Yield กว่า 4% ต่อปี จึง
คงคำแนะนำซื้อ
ด้านบทวิเคราะห์ บล.ยูไนเต็ดTASCO ว่า โครงการถนนไร้ฝุ่น บวกกับโรงกลั่นผลิต
ยางมะตอยมากขึ้นเพื่อส่งออกไปจีน ทำกำไรปี 53เติบโตโดดเด่นไม่ต่ำกว่า 98%yoy ซึ่งกำไร
H1/53 ทำได้ 67% จากที่เราประมาณการไว้ หากเศรษฐกิจจีนยังเติบโตได้ดี คาดว่ามีโอกาส
ปรับประมาณการเพิ่มขึ้น
และ ความต้องการยางมะตอยในประเทศได้รับแรงหนุนจากงบประมาณ FY54
ของกรมทางหลวง
และกรมทางหลวงชนบท 6.8 หมื่นล้านบาท +45%yoy นอกจากนี้ ยังมีโครงการถนนมอเตอร์
อีก 10 สาย งบประมาณ 179,420 ลบ. ในช่วง FY 54-64 อีก
สำหรับแนวโน้มปี 54 โตต่อเนื่องจากที่โรงกลั่นจะใช้น้ำมันดิบหนักเพิ่มจาก 6.7 ล้าน
บาร์เรล เป็น 7.2ล้านบาร์เรล ทำให้มียางมะตอยส่งออกไปจีนเพิ่มขึ้น คาดว่ายอดขายและกำไรยัง
โต 12-15%
ปัจจุบัน ซื้อขายกัน ณ P/E ปี 54 เพียง 9.6x แนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมาย 70-
110 บาท โดยให้แนวรับที่ 67.75 บาทและแนวต้านที่ 74 บาท
ด้าน บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินสัญญาณทางเทคนิคของ TIPCO ว่า ยังซื้อเก็งกำไร
โดยให้แนวรับ 5-4.98 บาทและแนวต้าน 5.50,5.90-6 บาท
ขณะที่ บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย) ประเมิน TASCOว่ายังคง แนะนำ 'ซื้อเก็งกำไร” แนว
ต้านที่ 74.50-78.00 บาท แนวรับที่ 68.75-67.50 บาท cut loss หากปิดต่ำกว่า 66.75 บาท
ด้าน บล.เกียรตินาคิน ประเมิน TASCOว่าเนื่องจากราคาหุ้นปิดเป็นแนวโน้มปรับขึ้น
ต่อเนื่อง มีวอลุ่มเด่น แนะนำซื้อเก็งกำไรในกรอบแนวรับแนวต้าน โดยให้แนวรับที่ 69 บาท
แนวต้าน 72 บาท ตัดขาดทุนที่ 68.50 บาท
ล่าสุดเมื่อเวลา 10.55 น. ราคาหุ้น TIPCO อยู่ที่ 5.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ
4.85% มูลค่าการซื้อขาย 33.81 ล้านบาท ส่วน TASCO อยู่ที่ 71.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท
หรือ 1.06% มูลค่าการซื้อขาย 180.05 ล้านบาท
เรียบเรียง โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อนุมัติ โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 16/09/10 เวลา 10:59:39
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น