Update/ผู้ว่าธปท.เผยคลังลงนามมาตรการสกัดเงินบาทแข็งแล้ว ระบุวันนี้ไม่มีมาตรการ
คุมเงินไหลเข้าตลาดตราสารหนี้เพิ่ม
ผู้ว่าธปท.เผย รมว.คลังลงนามมาตรการสกัดเงินบาทแข็งแล้ว ระบุวันนี้ไม่มี
มาตรการคุมเงินไหลเข้าตลาดตราสารหนี้เพิ่ม เหตุอยู่ระหว่างหารือมั่นใจแนวทางเดิมยังใช้ได้
ผล ระบุ กนง. พิจารณาดบ.อย่างรอบด้าน ปัจจุบันดบ.ต่ำอันดับ 2 ของภูมิภาค ชี้ดบ.แท้จริงยังติด
ลบ เชื่อไม่เป็นปัจจัยดึงเงินไหลเข้า เผยเงินไหลเข้าตลาตราสารหนี้ทั้งภูมิภาค เหตุนลท.ปรับ
เปลี่ยนพฤติกรรมการลงทุน ปัดตอบเป็นการเก็งกำไรหรือไม่ ขณะที่คาดจีดีพีปีนี้ โต 7%
นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวถึง 5 แนวทาง
ในการควบคุมเงินทุนไหลเข้า ภายหลังจากที่นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ออกมาระบุวันก่อน
ว่า ขณะนี้ทราบว่าทางกระทรวงการคลังได้ทำการลงนามมาตรการดังกล่าวแล้ว แต่อยู่ระหว่างการ
ส่งหนังสือกลับมายังธปท. ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่าในวันนี้ทางธปท.และกระทรวงการคลังจะหารือ
เพิ่มเติมในการออกมาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้าในตราสารหนี้นั้น นางธาริษากล่าวว่า ในวันนี้
จะไม่มีการเพิ่มเติมมาตรการซึ่งอยู่ระหว่างการหารือ โดยอาจเป็นมาตรการประเภทส่งเสริมให้
เงินทุนไหลออกมากขึ้น หรือเป็นลักษณะที่ควบคุมเงินทุนที่ไหลเข้ามาก็ได้
'จริงๆ มาตรการที่พูดไปคือ 5 อันที่ รมว.คลังให้ข่าวไปแล้ว เป็นมาตรการของเดิมที่
ทำได้เลยจะยังไม่มีใหม่เพิ่มเติมอยู่ระหว่างการหารือ แต่คงไม่ใช่สิ่งที่จะเอามาพูดตรงนี้ เป็นสิ่งที่
เราดูแลต่อเนื่องและติดตามศึกษา เพราะฉะนั้นที่บอกจะมีมาตรการออกภายใน 1-2 วันนี้คงไม่
ใช่' นางธาริษา กล่าว
อย่างไรก็ตามยืนยันว่ามาตรการเดิมที่ธปท.ใช้ดำเนินการอยู่นั้นยังเพียงพอที่จะดูแล
การไหลเข้ามายังตลาดตราสารหนี้
'สถานการณ์ล่าสุดตลาดตราสารหนี้ได้คุยกันแล้วเห็นว่าแนวทางที่ธปท.ดูแลยัง
สามารถใช้การได้อยู่ ส่วน 5 มาตรการที่เสนอคลังเป็นการเพิ่มความคล่องตัวให้กับภาคธุรกิจ
บริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ อำนวยความสะดวกให้นักลงทุนไทยที่อยากไป
ลงทุนต่างประเทศด้วยความที่ค่าเงินเราเอื้ออำนวย และเศรษฐกิจ ธุรกิจของเราก็แข็งแกร่ง มีนัก
ลงทุนไม่น้อยที่อยากไปลงทุนข้างนอกหรือลงทุนเพิ่มเติมจึงถือเป็นจังหวะที่ดีที่จะเตรียมความ
แข็งแกร่งเพื่อรับมือกับประชาคมอาเซียนในปี 2015' นางธาริษา กล่าว
ทั้งนี้มาตรการดูแลปัญหาการแข็งค่าของเงินบาท ประกอบด้วยอาทิ
1. อนุญาตให้นิติบุคคลลงทุน หรือให้กู้ยืมแก่บริษัทแม่ และกิจการในเครือในต่าง
ประเทศได้ไม่จำกัดจำนวน จากเดิมที่ให้ลงทุนในบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ไม่
จำกัด แต่ให้กู้ยืมได้ไม่เกิน 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯต่อปี และให้กู้ยืมแต่บริษัทนอกตลาดหลัก
ทรัพย์ 200 ล้านเหรียญฯต่อปี
2. การเปิดให้นำเงินไปซื้ออสังหาฯในต่างประเทศได้มากขึ้น จากเดิม 5 ล้าน
เหรียญฯต่อปี เพิ่มเป็น 10 ล้านเหรียญฯต่อปี
3. การเปิดให้นำเงินไปให้บริษัทในต่างประเทศที่ไม่ใช่บริษัทในเครือกู้ยืมได้สะดวก
ขึ้น จากเดิมต้องขออนุญาตเป็นรายกรณีเปลี่ยนเป็นให้กู้ได้ไม่เกิน 50 ล้านเหรียญต่อปี โดยไม่
ต้องขออนุญาตก่อน
4. เปิดให้ฝากเงินตราต่างประเทศกับธนาคารพาณิชย์ในประเทศเพิ่มเป็น 5 แสน
เหรียญฯ ทั้งที่เป็นนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา กรณีที่หลายฝ่ายออกมาระบุว่า คณะ
กรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ควรชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินทุนที่ไหล
เข้ามาว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่กนง.ต้องพิจารณาจากข้อมูลล่าสุดและ
รอบด้าน อาทิ การเติบโตของเศรษฐกิจมีความต่อเนื่องหรือไม่ มีแรงขับเคลื่อนในระยะต่อไป
อย่างไร และในเรื่องอัตราเงินเฟ้อในปีหน้าจะเพิ่มสูงขึ้นหรือไม่ เนื่องจาก
อัตราเงินเฟ้อในปีนี้คงไม่ใช่ปัญหา แต่ต้องมองในระยะต่อไป ซึ่งกนง.ได้นำปัจจัยดังกล่าวในการ
ประเมินทุกครั้ง
ขณะที่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทำให้เงินทุนไหลเข้ามากขึ้นนั้น ต้องขอชี้แจงความ
จริงว่า อัตราดอกเบี้ยของไทยอยู่ในระดับต่ำเป็นอันดับที่ 2 ของภูมิภาค
' โดยเฉพาะหากคิดอัตราดอกเบี้ยเงินเฟ้อเข้าไปแล้วจะพบว่าอัตราดอกเบี้ยแท้จริงยัง
คงติดลบ ดังนั้นเชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยของไทยไม่ได้มีความน่าสนใจกว่าดอกเบี้ยของประเทศอื่นๆ
ในภูมิภาค' นางธาริษา กล่าว
ขณะนี้มีเงินทุนไหลเข้ามายังตลาดตราสารหนี้ในทุกประเทศของภูมิภาคเอเชีย เนื่อง
จากนักลงทุนประเมินว่าการเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นมีความเสี่ยงสูงกว่า โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่าน
มาดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก และพอถึงจุดหนึ่งนักลงทุนก็ลดความเสี่ยงลง
'ตลาดบอนด์ ตราสารหนี้ 2 เดือนเข้ามาค่อนข้างเยอะจำตัวเลขไม่ได้ แต่ในตลาดหุ้น
ก็ดูได้จาก SET Index ส่วนที่ว่าเข้ามาในบอนด์ระยะสั้นมากกว่านั้น เขาจะลงสั้นหรือยาวไม่แตก
ต่างกัน ถ้าจะซื้อระยะยาวเขาก็ขายได้อยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้ได้มีการส่งสัญญาณมาตลอดว่าขอให้ผู้นำ
เข้าและส่งออกป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ส่วนเรื่องเงินทุนที่ไหลเข้ามาจะเรียกว่า
เก็งกำไรคงไม่ถูกนัก ไม่รู้จะให้คำจำกัดความอย่างไร ถ้าเขาเข้ามาหวังที่จะใช้ประเทศที่มี
เศรษฐกิจเข้มแข็งกว่าก็เป็นการลงทุนเพราะประเทศในตะวันตกเศรษฐกิจสู้เราไม่ได้' นางธาริ
ษา กล่าว
ในส่วนของค่าธรรมเนียมขณะนี้เชื่อว่าอยู่ระหว่างการหารือกันระหว่างธนาคาร
พาณิชย์ ซึ่งในส่วนของธปท.นั้น ยังไม่รับทราบข้อมูลที่บางฝ่ายออกมาระบุว่า มีข้อสรุปบ้างแล้ว
เศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะยังขยายตัวได้ต่อเนื่องจากครึ่งปีแรกที่ขยายตัวสูงถึง
10.6% แม้จะอยู่ในลักษณะที่ชะลอลงบ้าง ซึ่งโดยเฉลี่ยทั้งปีเศรษฐกิจไทยน่าจะยังขยายตัวได้
ประมาณ 7% อย่างไรก็ตามแม้ว่าเศรษฐกิจได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว แต่ในทศวรรษข้างหน้าซึ่ง
ภูมิทัศน์ของเศรษฐกิจการเงินโลกจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้วิกฤตและ
ความท้าทายในอนาคตอาจเกิดขึ้นในรูปแบบที่ต่างไปจากอดีต ในด้านการเปลี่ยนแปลงพลวัต
เศรษฐกิจโลกนั้น คาดว่าเอเชียจะกลายมาเป็นประเทศที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกใน
ช่วง 10 ปีข้างหน้า ขณะที่ประเทศอุตสาหกรรมหลักยังต้องแก้ไขปัญหาที่เป็นผลพวงจากวิกฤต
การเงินโลก
ขณะที่เศรษฐกิจเอเชียนั้นมีแนวโน้มเติบโตในระดับสูงจากภาคอุตสาหกรรมและการ
ผลิตที่เพิ่มขึ้นทำให้ประชากรในภูมิภาคมีรายได้และกำลังซื้อเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งการที่เอเชียมี
จำนวนประชากรสูงกว่าประเทศอุตสาหกรรมหลักถึง 4 เท่า จึงคาดว่าภูมิภาคนี้จะกลายมาเป็น
ตลาดสำคัญและเป็นจุดสนใจของนักลงทุนทั่วโลก จึงมีแนวโน้มที่เงินทุนจะไหลเข้ามาในภูมิภาค
มากขึ้นและผันผวนสูงขึ้น โดยไทยมีเงินทุนไหลเข้ามาเป็นจำนวนไม่น้อยในช่วง 2 เดือนที่ผ่าน
มา นำมาซึ่งโอกาสด้านการค้าและการลงทุน แต่โอกาสที่เราได้รับอาจจะเป็นความเสี่ยงหรืออาจ
เป็นวิกฤตของไทยได้หากไม่สามารถเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงได้ทันที ซึ่งเงินทุนที่เข้ามา
นั้นอาจก่อให้เกิดปัญหาฟองสบู่และปัญหาอื่นๆ ตามมาได้
ภาครัฐควรเตรียมแนวทางบรรเทาผลกระทบต่อภาคเอกชนที่ต้องเผชิญการปรับตัว
จากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนในระยะสั้นและพัฒนากลไกที่เอื้อให้เอกชนปรับโครงสร้าง
การผลิตในระยะยาวควบคู่กันไปด้วย สำหรับในเชิงนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนนั้นมีความท้าทาย
มากขึ้น โดยต้องดูแลไม่ให้ผันผวนมากเกินควรจนเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกรรมการค้าและการ
ลงทุน ขณะเดียวกันควรให้ค่าเงินมีความยืดหยุ่นมากขึ้นสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานทาง
เศรษฐกิจ และที่สำคัญต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการปรับตัวของโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะต่อไปที่
ต้องอาศัยการลงทุนมากขึ้น และเปลี่ยนไปผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงซึ่งช่วยยกระดับศักยภาพ
เศรษฐกิจในอนาคต
ด้านการปฏิรูปการคลังเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องรีบดำเนินการ เนื่องจากในช่วงที่ภาค
เอกชนอ่อนแอ แต่ภาคการคลังของประเทศยังคงมีปัญหาด้านโครงสร้างซึ่งสมควรได้รับการ
ปฏิรูป ด้านงบประมาณของภาครัฐส่วนใหญ่ซึ่งเป็นงบรายจ่ายประจำมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่ง
ในระยะต่อไปภาครัฐต้องเผชิญความท้าทายทางการคลังมากขึ้น จากความจำเป็นที่จะต้องเพิ่ม
การลงทุนโดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาแรงงานและบุคลากรเพื่อยกขีด
ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ดังนั้นรัฐบาลจำเป็นต้องดูแลการใช้จ่ายให้มี
ประสิทธิภาพ
ทั้งนี้การปฏิรูปภาษี หมายรวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ การขยายฐานภาษี
และการเพิ่มภาษีชนิดใหม่ๆ ซึ่งอาจตกเป็นภาระแก่ประชาชนบ้างในระยะสั้น แต่จะช่วยลดภาระ
ของทุกคนได้ในระยะยาวเพิ่มความเป็นธรรมในสังคมและเสริมความแข็งแกร่งของฐานะการคลัง
โดยรวมได้
รายงาน โดย ดลนภา บัญชรหัตถกิจ
เรียบเรียง โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 21/09/10 เวลา 15:58:53
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น