นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดงาน'เอ็กซิมชัวรันซ์ อะ
ไลอันซ์ แฟร์(EXIMSurance Alliance Fair)'เมื่อวันที่ 9 กันยายน ซึ่งธนาคารเพื่อการส่งออก
และนำเข้าแห่งประเทศไทย(EXIM BANK)ร่วมกับ 9 ธนาคารพาณิชย์ประกอบด้วย ธนาคาร
กรุงเทพ,กสิกรไทย,กรุงไทย,ทหารไทย,ไทยพาณิชย์,กรุงศรีอยุธยา,ธนาคารอิสลามแห่งประเทศ
ไทย,ธนาคารออมสิน ธนาคารนครหลวงไทย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-10 กันยายน ณ สยามพารากอ
น โดยออกบูธให้คำปรึกษาแนะนำและบริการประกันการส่งออก (EXIMSurance) รวมทั้งบริการ
อื่นๆ ด้านการค้าระหว่างประเทศ เพื่อช่วยให้ผู้ส่งออกไทยบุกเบิกหรือขยายตลาดการค้าโลกอย่าง
มั่นใจ แม้ในภาวะวิกฤตการเงินโลกและเงินบาทแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง
ความร่วมมือระหว่าง EXIM BANK กับธนาคารทั้ง 9 แห่งจะช่วยให้ผู้ส่งออกไทยซึ่งเป็น
ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการประกันการส่งออกของ EXIM BANK ได้สะดวกขึ้น โดยการติดต่อ
ผ่านธนาคารที่ตนเองมีธุรกรรมอยู่ ทั้งยังมีโอกาสได้รับการขยายสินเชื่อเพิ่มมากขึ้น เนื่อง
จากกรมธรรม์ประกันการส่งออกของ EXIM BANK ถือเป็นหลักประกันประเภทหนึ่ง ที่สามารถ
โอนสิทธิการรับค่าชดเชยสินไหมทดแทนให้แก่ธนาคารผู้ให้กู้ได้
ทั้งนี้ บริการประกันการส่งออกช่วยให้ผู้ส่งออกไทยสามารถเสนอเงื่อนไขการชำระเงินที่
เหมาะสมและแข่งขันได้ให้แก่ผู้ซื้อในต่างประเทศกว่า 200 ประเทศทั่วโลก โดย EXIM BANK
จะคุ้มครองความเสี่ยงทางการค้าได้แก่ กรณีผู้ซื้อล้มละลาย,ผู้ซื้อไม่ชำระเงินค่าสินค้า และผู้ซื้อ
ปฏิเสธการรับมอบสินค้า หรือความเสี่ยงทางการเมืองได้แก่ การถูกควบคุมการโอนเงินกลับมายัง
ประเทศไทย,ผู้ซื้อไม่สามารถนำสินค้าเข้าไปในประเทศได้ และเกิดสงคราม จลาจล ปฏิวัติ รัฐ
ประหาร
โดย EXIM BANK จะจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้สูงสุดถึง 90% ของความเสียหายที่เกิด
ขึ้น รวมทั้งช่วยตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ซื้อและติดตามหนี้ให้ในกรณีที่เกิดปัญหา ส่งผลให้
ผู้ส่งออกไทยสามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดของสินค้าไทยในตลาดเดิม รวมทั้งเพิ่มส่วนแบ่งตลาด
ในตลาดใหม่ เพิ่มโอกาสให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของไทยเป็นไปตามเป้าหมายที่
กำหนดได้มากขึ้น
ข้อมูลจากสถาบันประกันการส่งออกชั้นนำของโลกระบุว่า ในปี 2552 ธุรกิจที่ล้มละลายใน
ประเทศต่างๆ มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2551 โดยธุรกิจที่ล้มละลายในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น
เป็น 60,837 แห่งในปี 2552 (จาก 43,546 แห่งในปี 2551 และ 28,322 แห่งในปี 2550)
ส่วนในยุโรปตะวันตกเพิ่มขึ้นเป็น 205,472 แห่งในปี 2552 (จาก 172,012 แห่งในปี 2551
และ 148,912 แห่งในปี 2550)
ที่มา แนวหน้า วันที่ 10/09/10 เวลา 9:11:51
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น