โบรกฯ ลุ้นหุ้นไทย พรุ่งนี้ดัชนีฯเด้ง คาดทุนนอกยังไหลเข้า แต่ให้เกาะติด ประเด็น 3G - ค่า
เงินบาทใกล้ชิด แนะหาจังหวะทยอยซื้อ ให้ต้านที่ 925-930 จุด
โบรกฯ ลุ้นหุ้นไทย พรุ่งนี้ดัชนีฯเด้ง หลังคาดทุนนอกยังไหลเข้า แต่สั่งเกาะติดใกล้ชิด
ประเด็น ธปท. จะออกมาตรการสกัดค่าบาทแข็งหรือไม่ รวมถึง ความชัดเจนจากศาลกรณี 3G
หลังวันนี้ ปัจจัยดังกล่าว กดดันดัชนีฯร่วงแรง กลยุทธ์การลงทุนแนะ หาจังหวะทยอยซื้อเมื่อดัชนีฯ
ปรับตัวลดลง โดยเน้นหุ้นที่มีราคาที่ต่ำกว่าพื้นฐาน ประเมินแนวรับ อยู่ที่ 910 จุด แนวต้านที่
925-930 จุด
วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 921.10 จุด ลดลง 0.29 จุด หรือ 0.03% มูลค่าการซื้อ
ขาย 41,255.93 ลบ.
หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่
1.PTT ปิดที่ 281.00 บาท ลดลง 1.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,786.59 ลบ.
2.SCB ปิดที่ 92.50 บาท ลดลง 2.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,154.56 ลบ.
3.KBANK ปิดที่ 105.00 บาท ลดลง 2.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,946.52 ลบ.
4.PTTCH ปิดที่ 118.50 บาท ลดลง 0.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,862.79 ลบ.
5.SCC ปิดที่ 313.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,833.16 ลบ.
สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม นักลงทุนสถาบัน ขายสุทธิ 3,314.57 ล้านบาท นัก
ลงทุนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ขายสุทธิ 113.46 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 266.54
ล้านบาท และนักลงทุนทั่วไปซื้อสุทธิ 3,694.57 ล้านบาท
นายสมชาย เอนกทวีผล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส
กล่าวว่า ภาพรวตลาดหุ้นไทยวันนี้ เปิดตลาดดัชนีฯเคลื่อนไหวในแดนลบ เนื่องจาก นักลงทุนกังวล
ในประเด็น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจจะออกมาตรการสกัดการแข็งค่าของค่าเงิน
บาท และผลคำตัดสินศาลปกครองว่าจะตัดสินอย่างไรกับการดำเนินโครงการ 3G แต่ทั้งนี้ ใน
การซื้อขายช่วงบ่าย ธปท.ได้ออกมายืนยันว่าจะยังไม่มีมาตรการใหม่ๆ ออกมาดูแลค่าเงิน ทำให้
นักลงทุนคลายความกังวลและส่งผลให้ดัชนีฯรีบาวน์ขึ้นได้ในช่วงก่อนตลาดปิดการซื้อขาย แต่ยัง
เคลื่อนไหวในแดนลบ
โดยความเคลื่อนไหว ตลาดหุ้นต่างประเทศ ดัชนี สเตรทไทม์: ตลาดหุ้นสิงคโปร์ ปิด
ตลาดที่ระดับ 3,071.03 จุด เพิ่มขึ้น 22.38 จุด หรือ 0.73 % ดัชนี คอมโพสิต: ตลาดหุ้น
อินโดนีเซีย ปิดตลาดที่ระดับ 3,357.03 จุด เพิ่มขึ้น 126.14 จุด หรือ 3.90 %ดัชนี ฮั่งเส็ง:
ตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดตลาดที่ระดับ 21,725.64 จุด เพิ่มขึ้น 29.60 จุด หรือ 0.14 % ดัชนี SHI:
ตลาดหุ้นจีน ปิดตลาดที่ระดับ 2,652.50 จุด ลดลง 36.02 จุด หรือ -1.34 % ดัชนี นิกเกอิ:
ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดตลาดที่ระดับ 9,516.56 จุด เพิ่มขึ้น 217.25 จุด หรือ 2.34 %
สำหรับ การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้ คาดว่า จะเคลื่อนไหวแกว่งตัวใน
กรอบแคบ แต่ดัชนีฯน่ามีแนวโน้มปรับตัวขึ้น จากเม็ดเงินต่างชาติที่ยังเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น
ภูมิภาคเอเชีย รวมถึงไทย แต่ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามประเด็นการแข็งค่าของค่าเงินอย่างใกล้ชิด
แม้ ธปท.ยันไม่ออกมาตรการใดๆเพิ่มเพื่อสกัดการแข็งค่า โดยประเมินแนวรับ อยู่ที่ 910 จุด
แนวต้านที่ 925-930 จุด
กลยุทธ์การลงทุน แนะ หาจังหวะทยอยซื้อเมื่อดัชนีฯปรับตัวลดลง โดยเน้นหุ้นที่มี
ราคาที่ต่ำกว่าพื้นฐาน
ด้านนางสาวอาภาภรณ์ แสวงพรรค รองผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ดีบี
เอสวิคเคอร์ส กล่าวว่า ปัจจัยที่ต้องจับตาในวันพรุ่งนี้ คือ ทิศทางค่าเงินบาท ข้อสรุปโครงการ
3G และเม็ดเงินจากต่างชาติที่ไหลมาลงทุนในตลาดหุ้น
' เรามองว่าถ้า SET INDEX ยืนเหนือ 925 จุดได้ ก็มีโอกาสที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยจะ
ปรับตัวเพิ่มขึ้นไปอีก แต่ถ้ายืนเหนือระดับดังกล่าวไม่ได้ ก็มีโอกาสที่ดัชนีจะร่วงต่อ'นางสาวอาภา
ภรณ์ กล่าว
นางสาวธีระดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป
(ประเทศไทย) เปิดเผยถึงการเคลื่อนไหวดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยในวันนี้ว่า แกว่งตัวผันผวนใน
แดนลบค่อนข้างแรงตลอดการซื้อขายวันนี้ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากความกังวลต่อมาตรการสกัดเงิน
บาทแข็งค่าของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ทำให้ดัชนีฯ ลดลงแรงในช่วงเช้า แต่ในช่วง
บ่ายทางผู้ว่า ธปท. ออกมาระบุว่ายังไม่มีมาตรการใดๆ ในขณะนี้ ทำให้ดัชนีฯ ปรับเพิ่มขึ้นได้
ส่วนกรณีความคืบหน้า 3.9G ตามกระแสข่าวที่เกิดขึ้นในวันนี้ ส่งผลให้หุ้นกลุ่มสื่อ
สาร โดยเฉพาะผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือผันผวนมาก แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อดัชนีฯ แต่อย่างใด
ซึ่งในกรณีนี้แนะนำให้นักลงทุนติดตามคำสั่งของศาลฯ ที่คาดว่าจะออกมาในเย็นวันนี้หรือในวัน
พรุ่งนี้ (16 ก.ย.)
ขณะที่ ประเด็นการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ
(นปช.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 19 ก.ย.นี้ ยังไม่ส่งผลกระทบต่อดัชนีฯ ในวันนี้มากนัก แต่มองว่าอาจส่ง
ผลต่อความเคลื่อนไหวของดัชนีฯ ในวันศุกร์สุดสัปดาห์ที่ 17 ก.ย.นี้มากกว่า แต่ทั้งนี้เชื่อว่าการ
ชุมนุมจะไม่รุนแรง เพราะรัฐบาลน่าจะควบคุมสถานการณ์ได้ อย่างไรก็ตาม แนะนำให้นักลงทุน
ติดตามอย่างใกล้ชิด หากมีการสร้างสถานการณ์ใดๆ เกิดขึ้นในระหว่างนี้
สำหรับแนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ ประเมินว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มแกว่งตัว
ถึงทรงตัว ซึ่งแนะนำให้นักลงทุนติดตามประเด็นค่าเงินบาท และค่าเงินในภูมิภาค หลังจาก
ประเทศญี่ปุ่นตัดสินใจเข้าแทรกแซงค่าเงินเยน เมื่อพบว่าแข็งค่าสูงสุดในรอบ 15 ปี ซึ่งทำให้เงิน
ดอลลาร์สหรัฐฟื้นตัวดีขึ้น
ส่วนกลยุทธ์การลงทุน มองว่าตลาดฯ ยังมีลุ้นดีดกลับ แต่ยังแนะนำให้นักลงทุนชะลอ
การลงทุน เพื่อรอดูสถานการณ์ที่จะมีผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยก่อน หรือหากสนใจลงทุน แนะนำ
ให้เก็งกำไรหุ้นรายตัว โดยเลือกหุ้นที่มีสตอรี่ เช่น หุ้นกลุ่มสื่อสาร
ทั้งนี้ ประเมินแนวรับดัชนีฯ ที่ 912 จุด แนวต้าน 926 จุด
เรียบเรียง โดย อิทธิพล พันธ์ธรรม
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 15/09/10 เวลา 17:34:22
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น