ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดที่ 30.28-30.30 บาท/ดอลล์ คาดระหว่างวันแข็งค่าต่อ มองกรอบ
30.20-30.30 บาท/ดอลล์ แนะจับตานโยบาย ประสาร ผู้ว่า ธปท.คนใหม่วันนี้
นักค้าเงินจากธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) (CIMBT) กล่าวว่า ค่าเงินบาท
เช้านี้เปิดตลาดที่ระดับ 30.28-30.30 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งยังเป็นการทำสถิติใหม่อย่างต่อเนื่องใน
รอบ 13 ปี โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของวันนี้ที่ 30.20-30.30 บาท/ดอลลาร์ และยังคงมี
แนวโน้มที่ค่าเงินบาทจะยังคงแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามเป็นพิเศษ ได้แก่ การไหลเข้าของเงินทุน รวมถึงนโยบาย
และแนวทางการทำงานด้านการจัดการเงินทุนไหลเข้าและทิศทางอัตราดอกเบี้ยจากนายประสาร
ไตรรัตน์วรกุล ซึ่งจะเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันนี้
รายงาน โดย ดลนภา บัญชรหัตถกิจ
เรียบเรียง โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
ที่มา ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย วันที่ 01/10/10 เวลา 9:36:01
วันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2553
ต่างชาติซื้อสุทธิ 3,345.91 ล้านบาท สิ้นวัน30/09/53
สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 3,345.91 ล้านบาท
วันนี้ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดที่ระดับ 975.30จุด เพิ่มขึ้น 5.65 จุด หรือ 0.58% มี
มูลค่าการซื้อขาย 36,811.12 ล้านบาท
ประเภทนักลงทุน -----มูลค่าซื้อ(ลบ.) มูลค่าขาย(ลบ.) สุทธิ(ลบ.)
นักลงทุนสถาบัน ----- 1,641.29 ----- 3,016.50 ----- ( -1,375.22)
บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ----- 3,766.58 ----- 3,771.45 ----- ( -4.87 )
นักลงทุนต่างชาติ ----- 8,889.40 ----- 5,543.48 ----- 3,345.91
นักลงทุนทั่วไป ----- 22,513.85 ----- 24,479.68 ----- ( -1,965.82)
เรียบเรียง โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 30/09/10 เวลา 17:33:16
วันนี้ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดที่ระดับ 975.30จุด เพิ่มขึ้น 5.65 จุด หรือ 0.58% มี
มูลค่าการซื้อขาย 36,811.12 ล้านบาท
ประเภทนักลงทุน -----มูลค่าซื้อ(ลบ.) มูลค่าขาย(ลบ.) สุทธิ(ลบ.)
นักลงทุนสถาบัน ----- 1,641.29 ----- 3,016.50 ----- ( -1,375.22)
บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ----- 3,766.58 ----- 3,771.45 ----- ( -4.87 )
นักลงทุนต่างชาติ ----- 8,889.40 ----- 5,543.48 ----- 3,345.91
นักลงทุนทั่วไป ----- 22,513.85 ----- 24,479.68 ----- ( -1,965.82)
เรียบเรียง โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 30/09/10 เวลา 17:33:16
SETปิดสิ้นวันที่ 975.30 จุด เพิ่มขึ้น 5.65 จุด หรือ 0.58%มูลค่า36,595.88 ลบ.
วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 975.30 จุด เพิ่มขึ้น 5.65 จุด หรือ 0.58%
วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 975.30 จุด เพิ่มขึ้น 5.65 จุด หรือ 0.58% ณ เวลา
16.44 น. มีมูลค่าการซื้อขาย 36,595.88 ลบ.
หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่
1.PTT ปิดที่ 297.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,140.11 ลบ.
2.BANPU ปิดที่ 716.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,651.51 ลบ.
3.SCB ปิดที่ 103.50 บาท ลดลง 0.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,412.60 ลบ.
4.PTTAR ปิดที่ 27.50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 1,402.17 ลบ.
5.PTTEP ปิดที่ 154.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,333.66 ลบ.
เรียบเรียง โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 30/09/10 เวลา 16:45:37
วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 975.30 จุด เพิ่มขึ้น 5.65 จุด หรือ 0.58% ณ เวลา
16.44 น. มีมูลค่าการซื้อขาย 36,595.88 ลบ.
หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่
1.PTT ปิดที่ 297.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,140.11 ลบ.
2.BANPU ปิดที่ 716.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,651.51 ลบ.
3.SCB ปิดที่ 103.50 บาท ลดลง 0.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,412.60 ลบ.
4.PTTAR ปิดที่ 27.50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 1,402.17 ลบ.
5.PTTEP ปิดที่ 154.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,333.66 ลบ.
เรียบเรียง โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 30/09/10 เวลา 16:45:37
ปิดตลาดฯ วันนี้ PTT-PTTEP-THAI ดันดัชนีฯ ยืนในแดนบวก
ผู้สื่อข่าวรายงานปิดตลาดฯ วันนี้ ตลาดหุ้นปิดในแดนบวกที่ระดับ 975.30 จุด เพิ่มขึ้น
5.65 จุด หรือ 0.58% ณ เวลา 16.45 น. มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 36,612.74ล้านบาท
ทั้งนี้ มี 3 หลักทรัพย์ที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยวันนี้ยืนในแดนบวกได้นั่น คือ PTT ปิดที่
ระดับ 297.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00บาท ราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นมีผลต่อตลาด 1.4243จุด และ
PTTEP ปิดที่ระดับ 154.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท ราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นมีผลต่อตลาด 0.8310
จุด และ THAI ซึ่งปิดที่ระดับ 42.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท ราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นมีผล
ต่อตลาด 0.8203จุด
ส่วนหุ้นที่กดดัชนีฯ ลดลงมากที่สุด คือ SCC ปิดที่ระดับ 333.00 บาท ลดลง 3.00
บาท ราคาหุ้นที่ปรับลดลงมีผลต่อตลาด -0.4510 จุด CPALL ปิดที่ระดับ 42.25บาท ลดลง
0.75 บาท ราคาหุ้นที่ปรับลดลง มีผลต่อตลาด -0.4222 จุด และ LH ปิดที่ระดับ 7.40บาท ลด
ลง 0 .20 บาท ราคาหุ้นปรับลดลง มีผลต่อตลาด -0.2512 จุด
เรียบเรียง โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 30/09/10 เวลา 16:48:35
5.65 จุด หรือ 0.58% ณ เวลา 16.45 น. มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 36,612.74ล้านบาท
ทั้งนี้ มี 3 หลักทรัพย์ที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยวันนี้ยืนในแดนบวกได้นั่น คือ PTT ปิดที่
ระดับ 297.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00บาท ราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นมีผลต่อตลาด 1.4243จุด และ
PTTEP ปิดที่ระดับ 154.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท ราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นมีผลต่อตลาด 0.8310
จุด และ THAI ซึ่งปิดที่ระดับ 42.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท ราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นมีผล
ต่อตลาด 0.8203จุด
ส่วนหุ้นที่กดดัชนีฯ ลดลงมากที่สุด คือ SCC ปิดที่ระดับ 333.00 บาท ลดลง 3.00
บาท ราคาหุ้นที่ปรับลดลงมีผลต่อตลาด -0.4510 จุด CPALL ปิดที่ระดับ 42.25บาท ลดลง
0.75 บาท ราคาหุ้นที่ปรับลดลง มีผลต่อตลาด -0.4222 จุด และ LH ปิดที่ระดับ 7.40บาท ลด
ลง 0 .20 บาท ราคาหุ้นปรับลดลง มีผลต่อตลาด -0.2512 จุด
เรียบเรียง โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 30/09/10 เวลา 16:48:35
วันพุธที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2553
เคจีไอ ชี้ หุ้นขนาดใหญ่ที่ขึ้นน้อยกว่าตลาดยังน่าสน เชียร์ BANPU-BAY-BIGC
บทวิเคราะห์หลักทรัพย์จาก บล. เคจีไอ ระบุว่า แม้ว่านักลงทุนต่างชาติจะ
กลับมาซื้อหุ้นไทยเป็นเวลา 2-3 เดือนแล้ว แต่ยอดซื้อสุทธิสะสมของต่างชาติยัง
เทียบไม่ได้กับที่ขายหุ้นออกไปในช่วงเกิดปัญหาเศรษฐกิจการเงินสหรัฐฯ โดยยอด
สะสมสุทธิของต่างชาติตั้งแต่ปี 2551 ยังเป็นขายสุทธิอยู่ถึง 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งเท่า
กับว่าในช่วง 2 ปีหลังจากเกิดวิกฤตนั้นนักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อหุ้นไทยประมาณ
ครึ่งหนึ่งของที่ขายออกไป 1.6 แสนล้านบาท
ทั้งนี้แนวโน้มนักลงทุนต่างชาติยังเข้าตลาดหุ้นเอเชียและไทยต่อ เนื่อง
จากค่าเงินบาทที่แข็งค่าและเศรษฐกิจที่เติบโตค่อนข้างมีเสถียรภาพ เราจึงมองว่าหุ้น
ขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูง โดยเฉพาะตัวที่ยังขึ้นน้อยนั้นจะมีโอกาสที่ปรับขึ้นมาได้
อีก โดยได้เลือกหุ้น 10 ตัว ประกอบด้วย AOT * BAY * PTT * BIGC * BANPU *
TOP * RATCH * PTTAR * PTTEP * IRPCที่ยังปรับขึ้นน้อยที่สุดเทียบกับดัชนีฯ โดย
เลือกมาจากหุ้นที่ทำการวิเคราะห์ และเลือกที่มูลค่าตลาดสูงกว่า 5 หมื่นล้านบาท ซึ่ง
พบว่าหุ้นที่มีประเด็น การลงทุนน่าสนใจก็มีเช่น BANPU*, BAY* และ BIGC*
เรียบเรียง โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อนุมัติ โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 30/09/10 เวลา 9:20:43
กลับมาซื้อหุ้นไทยเป็นเวลา 2-3 เดือนแล้ว แต่ยอดซื้อสุทธิสะสมของต่างชาติยัง
เทียบไม่ได้กับที่ขายหุ้นออกไปในช่วงเกิดปัญหาเศรษฐกิจการเงินสหรัฐฯ โดยยอด
สะสมสุทธิของต่างชาติตั้งแต่ปี 2551 ยังเป็นขายสุทธิอยู่ถึง 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งเท่า
กับว่าในช่วง 2 ปีหลังจากเกิดวิกฤตนั้นนักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อหุ้นไทยประมาณ
ครึ่งหนึ่งของที่ขายออกไป 1.6 แสนล้านบาท
ทั้งนี้แนวโน้มนักลงทุนต่างชาติยังเข้าตลาดหุ้นเอเชียและไทยต่อ เนื่อง
จากค่าเงินบาทที่แข็งค่าและเศรษฐกิจที่เติบโตค่อนข้างมีเสถียรภาพ เราจึงมองว่าหุ้น
ขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูง โดยเฉพาะตัวที่ยังขึ้นน้อยนั้นจะมีโอกาสที่ปรับขึ้นมาได้
อีก โดยได้เลือกหุ้น 10 ตัว ประกอบด้วย AOT * BAY * PTT * BIGC * BANPU *
TOP * RATCH * PTTAR * PTTEP * IRPCที่ยังปรับขึ้นน้อยที่สุดเทียบกับดัชนีฯ โดย
เลือกมาจากหุ้นที่ทำการวิเคราะห์ และเลือกที่มูลค่าตลาดสูงกว่า 5 หมื่นล้านบาท ซึ่ง
พบว่าหุ้นที่มีประเด็น การลงทุนน่าสนใจก็มีเช่น BANPU*, BAY* และ BIGC*
เรียบเรียง โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อนุมัติ โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 30/09/10 เวลา 9:20:43
ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดที่ 30.42-30.44 บาท/ดอลล์
ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดที่ 30.42-30.44 บาท/ดอลล์ คาดระหว่างวันแข็งค่าต่อให้กรอบ
30.30-30.45 บาท/ดอลล์
นักค้าเงินจากธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)(CIMBT) กล่าวว่า ค่าเงินบาท
เช้านี้เปิดตลาดที่ระดับ 30.42-30.44 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งนับว่าแข็งค่าต่อเนื่องจากการปิดตลาด
วานนี้ และยังเป็นการทำสถิติแข็งค่าสูงสุดในรอบ 13 ปี โดยแนวโน้มยังมีโอกาสที่ค่าเงินบาทจะ
แข็งค่าต่อเนื่อง จึงได้ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของวันนี้อยู่ที่ 30.30-30.45 บาท/ดอลลาร์ ทั้ง
นี้เนื่องจากเชื่อว่าจะยังคงมีเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้ามาต่อเนื่อง ขณะเดียวกันค่าเงินสกุลดอลลาร์
ยังมีทิศทางจะอ่อนค่าลงอีก ซึ่งจะทำให้สกุลเงินบาทรวมทั้งสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาคแข็งค่าต่อ
เนื่องเช่นกัน
รายงาน โดย ดลนภา บัญชรหัตถกิจ
เรียบเรียง โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 30/09/10 เวลา 9:20:26
30.30-30.45 บาท/ดอลล์
นักค้าเงินจากธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)(CIMBT) กล่าวว่า ค่าเงินบาท
เช้านี้เปิดตลาดที่ระดับ 30.42-30.44 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งนับว่าแข็งค่าต่อเนื่องจากการปิดตลาด
วานนี้ และยังเป็นการทำสถิติแข็งค่าสูงสุดในรอบ 13 ปี โดยแนวโน้มยังมีโอกาสที่ค่าเงินบาทจะ
แข็งค่าต่อเนื่อง จึงได้ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของวันนี้อยู่ที่ 30.30-30.45 บาท/ดอลลาร์ ทั้ง
นี้เนื่องจากเชื่อว่าจะยังคงมีเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้ามาต่อเนื่อง ขณะเดียวกันค่าเงินสกุลดอลลาร์
ยังมีทิศทางจะอ่อนค่าลงอีก ซึ่งจะทำให้สกุลเงินบาทรวมทั้งสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาคแข็งค่าต่อ
เนื่องเช่นกัน
รายงาน โดย ดลนภา บัญชรหัตถกิจ
เรียบเรียง โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 30/09/10 เวลา 9:20:26
ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวต่อ ทะลุ 77 เหรียญฯ อีกครั้ง แนะทยอยซื้อ PTTAR-TOP
โบรกฯ คาด ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวต่อ ทะลุ 77 เหรียญฯ อีกครั้ง หนุนหุ้นพลังงาน
เดินหน้า แนะทยอยซื้อ PTTAR-TOP
บทวิเคราะห์หลักทรัพย์จาก บล.เอเซียพลัส เปิดเผยว่า วานนี้สำนักงาน
สารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) ได้เปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ สิ้นสุด
สัปดาห์ที่ผ่านมาต่ำกว่าตลาดคาด โดยพบว่าปริมาณสต๊อกน้ำมันดิบลดลง 4.75 แสน
บาร์เรล ลงสู่ 357.86 ล้านบาร์เรล เป็นการปรับตัวลดลงมากกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะ
ลดลงเพียง 3 แสนบาร์เรล เช่นเดียวกับสต็อกน้ำมันสำเร็จรูป (น้ำมันกลั่น) ที่ลดลง
มากถึง 1.27 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 4 แสนบาร์เรล โดย
เป็นการลดลงของสต็อกน้ำมันเบนซินสูงถึง 3.47 ล้านบาร์เรล ขณะที่คาดว่าสต็อก
น้ำมันสำเร็จรูปประเภทอื่นๆ เช่นน้ำมันเครื่องบิน และน้ำมันดีเซล น่าจะเพิ่มขึ้น โดย
สต็อกน้ำมันดิบที่ลดลงดังกล่าว เป็นปัจจัยหนุนให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกฟื้นตัว
ต่อเนื่อง โดยล่าสุดราคาน้ำมันดิบตลาดล่วงหน้าขยับขึ้นทะลุ 75 เหรียญฯ ขึ้นมายืน
77 เหรียญฯต่อบาร์เรล เป็นครั้งแรกในรอบ 1 เดือน
เช่นเดียวกับราคาน้ำมันดิบดูไบที่ขึ้นมายืนเหนือ 77 เหรียญฯ เช่นกัน
ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดูไบจากต้นปีจนถึงปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ75.88 เหรียญฯต่อ
บาร์เรล ซึ่งถือว่าดีกว่าสมมติฐานของ ASP ที่คาดว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยในปี
2553 และ 2554 จะอยู่ที่ 75 เหรียญฯและ 80 เหรียญฯ ตามลำดับ เช่นเดียวกับราคา
ถ่านหินในตลาดฟิวเจอร์ส ที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 มาอยู่ที่ระดับ 95.64
เหรียญฯต่อตัน น่าจะเป็นปัจจัยหนุนหุ้นในกลุ่มปิโตรเลียมให้ยังคงฟื้นตัวต่อได้อีก
อย่างน้อยราว 1-2 วัน
สำหรับผู้ที่มีหุ้น BANPU, PTTEP ยังแนะนำให้ถือต่อ และรอขายทำไร
ระยะสั้น โดยมีส่วนลดจาก Fair Value ราว 5-10% เช่น PTTEP(FV@B185) ที่แนว
ต้าน 155-160 บาท ส่วนBANPU(FV@B755) น่าจะขายทำกำไรที่ 720 บาทขึ้นไป
ขณะที่หุ้นโรงกลั่น ที่มีธุรกิจปิโตรเคมีต่อยอด คาดว่าผลประกอบการใน 3Q53–
4Q53 จะมีแนวโน้มดีขึ้นจากงวด 6 เดือนแรกของปีนี้อย่างมาก นักลงทุนระยะกลาง
(1-3 เดือนขึ้นไป) แนะนำให้ทยอยซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวคือ PTTAR(FV@B34) และ
TOP(FV@B66)
เรียบเรียง โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อนุมัติ โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 30/09/10 เวลา 9:11:31
เดินหน้า แนะทยอยซื้อ PTTAR-TOP
บทวิเคราะห์หลักทรัพย์จาก บล.เอเซียพลัส เปิดเผยว่า วานนี้สำนักงาน
สารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) ได้เปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ สิ้นสุด
สัปดาห์ที่ผ่านมาต่ำกว่าตลาดคาด โดยพบว่าปริมาณสต๊อกน้ำมันดิบลดลง 4.75 แสน
บาร์เรล ลงสู่ 357.86 ล้านบาร์เรล เป็นการปรับตัวลดลงมากกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะ
ลดลงเพียง 3 แสนบาร์เรล เช่นเดียวกับสต็อกน้ำมันสำเร็จรูป (น้ำมันกลั่น) ที่ลดลง
มากถึง 1.27 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 4 แสนบาร์เรล โดย
เป็นการลดลงของสต็อกน้ำมันเบนซินสูงถึง 3.47 ล้านบาร์เรล ขณะที่คาดว่าสต็อก
น้ำมันสำเร็จรูปประเภทอื่นๆ เช่นน้ำมันเครื่องบิน และน้ำมันดีเซล น่าจะเพิ่มขึ้น โดย
สต็อกน้ำมันดิบที่ลดลงดังกล่าว เป็นปัจจัยหนุนให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกฟื้นตัว
ต่อเนื่อง โดยล่าสุดราคาน้ำมันดิบตลาดล่วงหน้าขยับขึ้นทะลุ 75 เหรียญฯ ขึ้นมายืน
77 เหรียญฯต่อบาร์เรล เป็นครั้งแรกในรอบ 1 เดือน
เช่นเดียวกับราคาน้ำมันดิบดูไบที่ขึ้นมายืนเหนือ 77 เหรียญฯ เช่นกัน
ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดูไบจากต้นปีจนถึงปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ75.88 เหรียญฯต่อ
บาร์เรล ซึ่งถือว่าดีกว่าสมมติฐานของ ASP ที่คาดว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยในปี
2553 และ 2554 จะอยู่ที่ 75 เหรียญฯและ 80 เหรียญฯ ตามลำดับ เช่นเดียวกับราคา
ถ่านหินในตลาดฟิวเจอร์ส ที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 มาอยู่ที่ระดับ 95.64
เหรียญฯต่อตัน น่าจะเป็นปัจจัยหนุนหุ้นในกลุ่มปิโตรเลียมให้ยังคงฟื้นตัวต่อได้อีก
อย่างน้อยราว 1-2 วัน
สำหรับผู้ที่มีหุ้น BANPU, PTTEP ยังแนะนำให้ถือต่อ และรอขายทำไร
ระยะสั้น โดยมีส่วนลดจาก Fair Value ราว 5-10% เช่น PTTEP(FV@B185) ที่แนว
ต้าน 155-160 บาท ส่วนBANPU(FV@B755) น่าจะขายทำกำไรที่ 720 บาทขึ้นไป
ขณะที่หุ้นโรงกลั่น ที่มีธุรกิจปิโตรเคมีต่อยอด คาดว่าผลประกอบการใน 3Q53–
4Q53 จะมีแนวโน้มดีขึ้นจากงวด 6 เดือนแรกของปีนี้อย่างมาก นักลงทุนระยะกลาง
(1-3 เดือนขึ้นไป) แนะนำให้ทยอยซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวคือ PTTAR(FV@B34) และ
TOP(FV@B66)
เรียบเรียง โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อนุมัติ โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 30/09/10 เวลา 9:11:31
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)